ฝนกำลังตก สลับเสียงฟ้าผ่ามาเป็นระยะ ฉันกำลังนั่งเหงาและรู้สึกว้าเหว่ ขึ้นมาอย่างจับใจ เสียงฝนกระทบหลังคาบ้าน อากาศเริ่มเย็นๆในตอนนี้ ฉันลุกไปชงกาแฟ และมานั่งละเลียดจิบกาแฟ สายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่มีอะไรเคลื่อนไหว ทุกคนหลบฝนอยู่ในบ้านของตนเอง ฉันนั่งคิดไปถึงเรื่องราวต่างๆในวันนี้ งานของฉัน ครอบครัวของฉัน เงินของฉัน และมาหยุดตรงที่คนรักของฉัน " ปานนี้ เขากำลังทำอะไรอยู่หนอ เขาจะคิดถึงฉันบ้างไหม " ฉันลุกไปหยิบโทรศัพท์ทักไลน์ไปหาเขาดีกว่า...
ฉัน : ที่รักคิดถึงนะ ตอนนี้ฝนกำลังตก ฉันรู้สึกเศร้าใจจังเลย
( เงียบ ยังไม่อ่านเลย )
ฉัน : เอ้อ ฝนตกแรงจังเลย ฟ้าก็ผ่าด้วย
เธอก็รู้ ฉันกลัวเสียงฟ้าผ่า
( เงียบ ยังไม่อ่านไลน์เหมือนเดิม)
ฉันส่งสติกเกอร์รูปคนร้องไห้ไปอ้อนเขา
คนรักของฉัน เขาทำอะไรอยู่นะ....
ฉันต้องการคำปลอบประโลมใจจากเขา อยากให้เขาอยู่ใกล้ๆ เพื่อฟังเรื่องทุกข์ใจจากฉัน วันนี้เขารู้ไหม..ฉันโดนอะไรมาบ้าง เจ้านายก็ตำหนิเรื่องงาน. ครอบครัวก็มีเรื่องวุ่นวายใจในบ้าน. เงินเดือนนี้ของฉัน..ก็น่าจะไม่พอใช้
คนรักของฉันทำงานอยู่ในจังหวัดหนึ่งทางภาคอิสาน ส่วนฉันอยู่จังหวัดหนึ่งในภาคเหนือ. ความห่างไกลของระยะทาง ทำให้ฉันหวั่นไหว ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเขา " เราอยู่ไกลกันหลายร้อยกิโล เขาจะแอบนอกใจมีคนใหม่หรือเปล่า ". คำถามมากมายเกิดขึ้นในใจฉัน " นี่ก็เวลาเย็นเลิกงานแล้วนะ เธอทำอะไรอยู่ " ฉันคลิกเพลงในยูทูป..เพื่อฟังเพลง เสียงเพลงเศร้าแทงใจ ทำให้ฉันเศร้าใจไปใหญ่ ฉันเลยพิมพ์ค้นหาในกูเกิลว่า " กำลังใจสร้างได้อย่างไร" ฉันลองอ่านดูเพื่อว่าจะได้รู้สึกดีขึ้น
กำลังใจสร้างขึ้นได้ที่ใจเราเอง
ไม่ต้องรอให้ใคร หยิบยื่นกำลังใจมาให้...
ไม่ต้องรอคอยใคร มีเวลาว่างให้คุณ
ไม่ต้องรอ ความเมตตาจากใคร..
กำลังใจที่คุณสร้างตอนนี้..จะมีความสุขขึ้นเดี๋ยวนี้เลยค่ะ
ทำตามที่ฉันบอก แล้วคุณจะรู้สึกดีขึ้น..
1) หยุดคิด ทิ้งความรู้สึกแย่ๆๆออกไป ความรู้สึกที่เศร้าใจ เสียใจ ความรู้สึกที่ท้อแท้ เบื่อหน่าย โดยเปลี่ยนความคิด หากิจกรรมที่ทำให้ใจเบิกบาน ผ่องใสทำ เป็นกิจกรรมอะไรก็ได้ที่ดี มีประโยชน์ เช่น ถ้าคุณอยู่บ้านก็ ทำอาหาร แล้วกินซะ ล้างจาน กวาดบ้าน ดูหนัง ฟังเพลงที่สนุกสนาน หรือ ออกกำลังกาย อะไรก็ได้ที่ทำให้ใจเพลิดเพลิน เพราะสมองของคนเราไม่สามารถคิดเรื่องสุขและทุกข์ได้พร้อมกัน สมองเราจะคิดได้ทีละเรื่อง เมื่อความคิดวนมาเรื่องความทุกข์ ก็ให้ดึงความคิดกลับมาเรื่องปัจจุบันให้ได้ ทำใจให้จดจ่อกับสิ่งที่มีความสุข แล้วคุณจะสุขโดยฉับพลัน
2) พิจารณาหาเหุตและผล ว่าปัญหาเกิดขึ้นจากสิ่งใด และใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหา โดยต้องเริ่มที่การเปลี่ยนตัวเอง เช่น ขยันมากขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น อารมณ์เย็นมากขึ้น เมื่อคุณปรับเปลี่ยนตัวคุณแล้ว หากปัญหายังคงมีอยู่ ก็ต้องใช้ความอดทนต่อสู้ต่อไป. จนกว่าปัญหาจะหมดสิ้น เชื่อเถอะค่ะว่า วันหนึ่งคุณก็จะอยู่ร่วมกับมันได้..เหมือนมะเร็งที่อยู่ในร่างกายเรา...ไม่เราก็มันที่ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง...แล้วปัญหาอื่นก็จะหมุนเวียนมาให้คุณได้แก้...อย่ากลัวกับการแก้ปัญหา เพราะปัญหาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์
3) เรียนรู้ที่จะดูแลชีวิต รับผิดชอบใจกายของคุณเองด้วยตัวคุณเอง โดยไม่เรียกร้องให้ใครต้องมาดูแลใจของคุณ คุณจะมีความสุขด้วยใจของตนเอง
สุขจากใจที่คุณสร้างขึ้น โดยไม่ต้องอ้อนวอนหรือร้องขอความสุขจากใคร สุขที่เกิดจากความสงบในใจคุณ โดยการศึกษาธรรมะซึ่งจะช่วยขัดกล่อมจิตใจคุณ และเป็นที่ยึดเหนี่ยว ให้คุณเข้าใจธรรมชาติ ของชีวิต..ซึ่งเป็นความจริงที่ยิ่งใหญ่
4) ฝึกเป็นคนมีความสุขง่ายๆในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะทำอะไรก็มีความสุข จะนั่ง ยืน กิน นอน ก็มีความสุข จะทำสิ่งใดก็มีความสุข เพราะเป็นใจที่หัดมองทุกสิ่งในแง่ดี เป็นความร่าเริง เบิกบานของใจ แม้ความทุกข์เข้ามาเยือน จิตใจก็เข้มแข็ง อดทน มีสติมีปัญญรักษาตัวเอง พาตัวเองเอาตัวรอดปลอดภัย