ครูไก่ ใจร้าย...ผู้เขียน.
ฉันเป็นครู สอนที่โรงเรียนประถม แห่งหนึ่งในภาคอีสาน ฉันสอนมาหลายปีแล้ว อีกไม่นาน ฉันก็จะเกษียณอายุออกไป มีสิ่งหนึ่ง ที่ฉันประทับใจ ในการเป็นครู คือการได้อยู่ และใช้ชีวิต ร่วมกับพวกเด็กๆ ซึ่งพวกเขา มีพฤติกรรมน่ารักๆ ซึ่งผู้ใหญ่อย่างเราหลงลืมไปแล้วว่า เคยทำแบบนี้ บ้างหรือเปล่าในสมัยที่ตัวเองยังเด็ก ฉันจะเล่าพฤติกรรมน่ารักๆ และแปลกๆ ของลูกศิษย์ ให้ฟังกันค่ะ
1) มีจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ เด็กๆกับการเล่นเป็นของคู่กัน ลูกศิษย์ของฉัน จะมีความสามารถในการนำ ของทุกอย่างในห้องเรียน มาเล่นได้หมดเลย โต๊ะตัวใหญ่ ก็เอาผ้ามาคลุุม ปิดไว้เป็นประตูเข้าออก เล่นเป็นบ้านน้อย หนังสือสมุดดินสอปากกา ก็เปิดร้านขายของ บัตรคำก็เอามาเล่นเป็นเกม
ผ้าแพรต่างๆที่เก็บไว้ ก็เอามาทำโจงกระเบนชุดราตรี ประกวดนางนพมาศ ประกวดเดินแบบ ใต้โต๊ะครู ที่ฉันกำลังนั่งตรวจงานอยู่
ก็เป็นที่ปลอดภัยที่สุด ในการเล่นซ่อนหา เพราะเพื่อนไม่คิดว่าจะมาซ่อนใต้โต๊ะครู ไม้กวาด ที่ตักผงขยะ ก็นำมาทำเป็นกีตาร์ ในเวลาซ้อมการแสดง ฝาถังขยะ แบบครึ่งวงกลม ก็เอามาเล่นเป็นเก้าอี้โยก ขวดน้ำ ก็เอามาทำเป็นไมโครโฟนร้องเพลง กระดาษก็เอามาพับเป็นจรวด ขว้างเกลื่อนเต็มห้อง เวลาฉันไม่อยู่ห้อง ไปอบรมหรือไปประชุมสักวัน พอกลับมาห้องเรียน ห้องเรียนก็เละตุ้มเป๊ะเลย เพราะนักเรียนรื้อของมาเล่นกันต้องมีการเก็บห้องใหม่ทุกที ฮ่าๆๆๆ
2) ชอบเล่นน้ำฝน ช่วงหน้าฝน เป็นอะไรที่เด็กๆ โรงเรียนของฉันชอบกันมาก เด็กผู้หญิงก็จะเอาร่มสวยๆ มาโรงเรียน เวลาฝนตก เด็กๆก็อยากจะไปกางร่มกันล่ะ เดี๋ยวคนนั้น เดี๋ยวคนนี้ ขอไปกินน้ำ ขอไปห้องน้ำ ตอนฝนไม่ตก ก็ไม่เห็นจะมีใคร อยากไปนอกห้อง แต่พอฝนตกขึ้นมา เดี๋ยวคนนั้นขอเดี๋ยวคนนี้ขอ อยากไปนอกห้อง เพื่อไปกางร่ม ส่วนเด็กผู้ชาย ยิ่งแล้วใหญ่ ขอไปนอกห้อง ไปเข้าห้องน้ำ ไปกินน้ำ ตัวเปียกแฉะกลับมา อย่างจงใจ พวกเด็กๆ ไม่เห็นจะกลัวเปียกฝน กลัวไม่สบาย แบบผู้ใหญ่เลย น้ำฝนเต็มสนามฟุตบอล เด็กผู้ชายยิ่งชอบ พากันไปเตะบอล ตัวเปื้อนมอมแมมไปหมด ยิ่งลื่นยิ่งชอบ ยิ่งเปื้อนยิ่งสนุก ฉันก็ไม่รู้ว่า มันสนุกตรงไหน ถึงครูจะดุ แต่เด็กผู้ชายก็แอบไปเล่นกัน
3) เลี้ยงแมงคาม หรือด้วงกว่าง สัตว์เลี้ยงยอดนิยมของเด็กๆ ในช่วงปลายฝนต้นหนาว เด็กๆก็จะยุ่งวุ่นวาย กับการไปหาแมงคาม มาเลี้ยงอย่างน้อยก็ต้องมีกับเขาสัก 1 ตัวและเด็กๆ จะเอาใจใส่มากๆ โดยเอาใส่กล่องมาเรียนด้วย ครูถามว่า ทำไมต้องเอาแมงคามมาเรียนด้วยเด็กๆก็จะอ้างว่า ไม่มีใครดูมัน. ที่ห้องเรียน ก็จะมีกล่องใส่แมงคาม ที่เด็กๆแอบเอามาโรงเรียน ทั้งๆที่ครูสั่งห้าม เด็กๆก็จะวนอยู่กับการเลี้ยงแมงคาม เดี๋ยวเอากล้วย เดี๋ยวเอาอ้อย ให้แมงคามกิน และใส่ใจแมงคาม โดยการหยิบแมงคามมาดู อยู่ตลอดเวลา ครูก็ต้องคอยบอกให้ตั้งใจเรียน ใครเอาแมงคามขึ้นมาดู จะโดนทำโทษ เด็กๆก็จะยุ่งวุ่นวาย กับการเลี้ยงแมงคามทั้งวัน การเล่นหรือกิจกรรมอย่างอื่นที่เด็กๆชอบ เขาจะหยุดไว้ก่อน เพราะไม่ว่างต้องเลี้ยงแมงคามของเขา ฮ่าๆๆ
4) เด็กๆหาของกิน ในโรงเรียน เป็นเรื่องแปลกๆ เด็กๆไม่ได้หิว แต่เด็กชอบที่จะหาอะไรสนุกๆ มากินกัน และยังเก็บมาฝากครูด้วย อย่างเช่น กินน้ำหวานจากดอกเข็ม ครูก็เพิ่งรู้ มันกินได้ด้วยรึ หรือไปเก็บดอกยางใส่ถุงมา พอครูถามไปว่า เก็บดอกยางมาทำไม เด็กๆก็บอกว่า จะเอาไปให้แม่ต้มจิ้มน้ำพริก กิน เด็กๆไปเก็บลูกตะขบ เก็บมะขาม เก็บมะม่วงมากิน ซึ่งในโรงเรียน ปลูกต้นมะม่วงไว้หลายต้น เด็กผู้ชายพากันไปขว้างมะม่วงมากิน ครูก็สอนหนักหนาว่า อย่าเพิ่งกินมัน รอให้ลูกมันใหญ่ก่อน เด็กๆก็ไม่ยอมเชื่อฟัง พากันไปขว้างมะม่วงมากิน ช่วงนี้เด็กๆก็จะห่อพริกเกลือ มาโรงเรียนทุกวัน. เอาไว้จิ้มกินกับมะม่วง ที่บ้านของเด็กๆส่วนใหญ่ ก็ปลูกมะม่วงกัน แต่เด็กๆไม่ชอบกิน ชอบมาขว้างมะม่วงกินที่โรงเรียน เพราะสนุกกว่าที่ได้กินกับเพื่อนๆ พอปิดเทอม ลูกมะม่วงก็ตกเกลื่อนกลาด เต็มพื้นไปหมด ฉันก็เลยคิดถึง เด็กๆคิดถึงวันที่ล้อมวงกินมะม่วงกัน ฮ่าๆๆๆๆ
5) ชกต่อยกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แปลก ที่สุดสำหรับฉัน เด็กผู้ชายโกรธกัน จะเป็นจะตาย และลงท้ายด้วยการชกต่อยกัน พอพรุ่งนี้เช้ามาโรงเรียน เด็กผู้ชายทั้งสองคน ก็ดีกัน เหมือนเดิม และกลับมาเล่นด้วยกัน ฮ่าๆๆ ซึ่งผู้ใหญ่อย่างเรา ลองได้ต่อยกัน ก็คงจะโกรธกันไปจนวันตาย แต่นี่พวกเด็กๆเขาหายโกรธกัน และอภัยให้กันได้ ในเวลาที่รวดเร็ว เป็นเรื่องแปลกใจสำหรับฉันมาก
ฉันเลยสรุปว่า ในช่วงชีวิตวัยเด็กของพวกเขา เป็นช่วงชีวิตที่มีความสุข พวกเด็กๆใช้ชีวิตเรียบง่าย อยู่กับสิ่งแวดล้อมที่มีความสุข ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ มีความสุขไปกับเรื่องในชีวิตประจำวัน พวกเขาสนุกสนาน ร่าเริง มีอิสระ ไม่ต้องวิตกกังวลสิ่งใด พวกเขาเป็นเด็กที่มีความสุข คุณเคยมีความสุข แบบนี้ ในวัยเด็ก ในโรงเรียนแบบเขาไหมคะ
มีอีกหลายเรื่อง วันหลัง ฉันจะเล่าให้ฟังใหม่ ติดตามฟังเรื่องใหม่ๆ ของพวกเด็กๆ กันอีกนะคะ....